สวัสดีครับ ไม่ได้โผล่หัวมาเขียนบล๊อกเสียตั้งนาน วันนี้มีโครงการใหม่อยากจะเขียนเพื่อระบายอารมณ์....
 
อย่างที่ได้จั่วหัวข้อไว้ ผมอยากจะแต่งนิยายสักเรื่องนึง ตอนนี้คิดชื่อเรื่องไว้แล้ว คือ "ชีวิตนังเอ็ท"
 
น้องเอ็ท หรือ น้องเอ็ทยูเคชั่น (Education) นี่แหละครับ... คงจะนึกออกกันแล้วนะว่าผมหมายถึงอะไร..
 
ผมอยากจะลองสะท้อนภาพความ"ล้มเหลว" ของการศึกษาไทยในมุมมองของเด็กคนหนึ่ง
 
เปรียบเทียบกับชีวิตของน้องเอ็ท ที่เกิดมาพร้อมที่จะโตและโดนคาดหวังให้เขาเป็นที่หนึ่ง... แต่แล้วเขาก็โดน

พรากจากอกพ่อไป... และชีวิตของ "น้องเอ็ท" ก็ไม่ได้สุกใสสว่างเหมือนเดิมอีกต่อไป....
 
T T   คิดเรื่องพล็อตนี้ในหัวยังอยากจะร้องไห้เลย ไม่คิดว่า "น้องเอ็ท" ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ถูกกระทำย่ำยีไม่จบไม่สิ้น T T
 
จะลองพยายามเขียนดูนะครับ...แต่ไม่รู้จะได้มากขนาดไหน..
 
 
ปล. อยากได้ illus จังเลย ออกแบบ Charactor ของตัวเอก น้องเอ็ท เนี่ย... = =
 
 

edit @ 21 Nov 2011 10:03:44 by ดิวอี้ดับเบิ้ลเอ็กซ์

edit @ 21 Nov 2011 10:06:43 by ดิวอี้ดับเบิ้ลเอ็กซ์

ก่อนอื่นต้องกราบสวัสดี และขอโทษที่หายไปเสียนมนาน เนื่องจาก ตอนนี้งานยุ่งมากเลยครับ ไม่มีเวลามาอัพบล๊อกสักเท่าไหร่... 
เข้าเรื่องเลยแล้วกัน เผอิญเสียจริงว่าวันนี้ผมไปเจอหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง หัวเขียวๆ ลงบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับแอร์พอร์ตลิงค์ ในหัวข้อ "แอร์พอร์ตลิงก์ - แอร์พอร์ตร้าง ชัยรัตน เปิดใจ ขอแก้ไข..ไม่แก้ตัว" 
ก่อนอื่นขอท้าวความสำหรับไอ้สิ่งที่เรียกว่า Airport Link กันก่อนนะครับว่ามันคืออะไร...
 
Airport Link หรือ Airport Rail link เป็นรถไฟลอยฟ้าสายหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยมีสถานีต้นทางจากสถานีพญาไท (จุดเดียวกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท) และสุดทางที่ สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นับว่าเป็นรถไฟลอยฟ้าสายแรกที่เชื่อมโยงระหว่างใจกลางเมืองกับเขตชานเมือง และย่นเวลาการเดินทางและรถติดภายในเมืองได้อีกด้วย Airport Rail Link นั้นบริหารงานโดย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (SRTET) ซึ่งก็เป็นบริษัทย่อยของ การรถไฟแห่งประเทศไทยนั่นเอง 
 
คุณชัยรัตน์ สงวนซื่อ ประธานบอร์ดบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์หัวเขียวดังกล่าว เกี่ยวกับปัญหาของรถไฟลอยฟ้าสายนี้ โดยกล่าวถึงการร้องเรียนจากคนหลายๆคนที่ได้ลิ้มลองบริการ และ สะท้อนอะไรบางอย่างออกมา

สิ่งที่สังคมสะท้อนจุดพร่องของรถไฟฟ้าสายนี้ ตามที่คุณชัยรัตน์กล่าวคือ...
  1. ความไม่สะดวกสบายในการให้บริการ
  2. ตัวรถไฟฟ้า และสถานีสกปรก 
  3. ไม่มีบันไดเลื่อนขึ้นสู่สถานี 
  4. ไม่มีเก้าอี้ให้นั่งพัก
  5. ไม่มีทางเชื่อมทำให้ผู้โดยสารต้องลากกระเป๋าเดินทางข้ามทางรถไฟเพื่อขึ้นสู่สถานี
  6. ระบบอิเลกทรอนิกส์อื่นๆ 
 
จากปัญหาที่สังคมสะท้อนนั้น บล๊อกนี้ ผู้เขียนในฐานะตัวแทนคนหนึ่งในสังคม ขอสะท้อนบางอย่าง หลังจากที่ผมเอง ได้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายนี้ มาร่วม 2 เดือน ก็ได้เห็นถึงจุดบกพร่อง รวมทั้งจุดดีของรถไฟฟ้าสายนี้... รวมทั้งขอเสนอความคิดในการแก้ปัญหา (ที่อาจเป็นไปได้บ้างและเป็นไปไม่ได้บ้างก็ตามแต่) ในการที่จะทำยังไง สายด่วน มักกะสัน - สุวรรณภูมิ ถึงจะไม่เจ๊ง...
 
1. บันไดขึ้นลงสถานี  อยากจะบอกกับทางผู้บริหารของ SRTET ว่า บันไดเลื่อนไม่ต้องทำก็ได้ แต่ทำลิฟต์เพิ่มเถอะ เพราะว่า ผู้โดยสารที่มีสัมภาระมากนั้น การลงบันไดเลื่อนก็ไม่ใช่เรื่องที่สะดวกนัก อีกทั้งอาจทำให้กีดขวางการเดินของคนอื่นอีก ส่วนคนที่ไม่มีสัมภาระ ก็ขอเชิญให้ขึ้นลงบันไดเองบ้าง ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใสKiss
 
2. ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ  อยากให้ตู้ขายตั๋วใช้ได้ครบทุกตู้ เพราะเจอบ่อยมากกับตู้ที่ Out of Order  และเลิกขายเหรียญแบบ Manually แต่เปลี่ยนเป็นบริการแลกเหรียญแทน และที่ประทับใจอีกอย่างนึงคือ สำหรับผู้ที่ทำบัตร Smart Pass สามารถเติมเงินได้ที่ตู้เลย ซึ่งไม่เหมือนกับรถไฟฟ้าสายอื่นที่เติมหน้า Counter เท่านั้นSurprised
 
3. ตัวสถานี  ผมคิดว่า การที่ตัวสถานีสกปรกเนี่ยไม่ค่อยจะจริงนะครับ ผมขึ้นทีไรมันก็ดูสะอาดดี ไม่ได้สกประถึงขั้นเดินไม่ได้กันเลย พนักงานทำความสะอาดก็ทำความสะอาดตลอดเวลา แต่ที่น่าตำหนิสำหรับตัวสถานีบางสถานีคือ สถานที่ไม่เปิดโล่ง แต่กลับทำหลังคาโดมครอบสถานีไว้ รูปแบบเดียวกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมันทำได้ครับ ถ้าทาง SRTET ติดแอร์ทั้งโดม!! เพราะว่ายืนรอรถไฟแต่ละที ร้อนตับแลบ อากาศไม่ถ่ายเท เหมือนอยู่ในหลุมอุโมงค์อะไรสักอย่างTongue out และขอชมว่า สถานีAirport link หัวหมาก เป็นแบบอย่างที่ดีมาก ลมอากาศถ่ายเทดี ควรจะสร้างแบบสถานนีนี้นะ..Cry
 
4. ลูกศรพื้นชานชลาแสดงพื้นที่ประตูรถ หากย้อนไปมองรถไฟฟ้าบีทีเอส บนพื้นชานชลา จะมีลูกศรแสดงประตูเข้าออกรถไฟฟ้าใช่หรือเปล่าครับ และพื้นของรถไฟฟ้าบีทีเอสจะปูกระเบื้องสีแดงอิฐตัดกับสีเทาเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มันไม่ได้ทำไว้เก๋ๆหรอกนะครับ มันเป็นตำแหน่งบอกประตูของรถไฟฟ้าที่มาจอดเทียบ แต่พอย้อนกลับไปดูรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์  พื้นสถานีปูสีเทาทั้งหมด จะมีพื้นเหลืองเป็นแนวยาวบอกขอบเขตของการยืนเท่านั้น แต่ไม่สามารถตรัสรู้ได้เลยว่า ประตูของรถไฟฟ้านั้น อยู่ตรงไหน โดยเฉพาะสถานีมักกะสัน ไม่มีเลย ไม่มีตำแหน่งบอกชัดเจนเลย เวลายืนต่อแถวกันก็ต่อกันมั่วๆ  อยากจะให้ทาง SRTET ทำลูกศรบอกหน่อยก็ดีนะครับ ขอยกตัวอย่างชานชลาสถานีรามคำแหงครับ แบบนั้นเลยดีกว่า! Cool
5. เสียงปิดประตู จำได้เลยว่า ขึ้นครั้งแรกพอประตูปิดเท่านั้นแหละสะดุ้งเลย ประตูปิดแรงมากจริงๆ แต่คิดว่าน่าจะเป็นที่ระบบของตัวรถไฟฟ้าเองที่เป็นแบบนั้น จึงไม่โทษทางการรถไฟนะครับ เพราะก็เชื่อถือบริษัทซีเมนส์ว่าของเขาดีแน่นอน... และอีกอย่าง ถ้าขึ้นบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินครับ ตอนนี้ไม่ค่อยสะดุ้งแล้ว Foot in mouth
 
6. ความสำคัญของลำดับการใช้ภาษา อันนี้เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกแย่มากที่สุดในการขึ้นรถไฟฟ้าสายนี้ คือ การที่บอกคนต่างชาติก่อนบอกคนไทย!!  โดยเวลารถออกจากชานชลาแล้ว จะมีการเริ่มต้นบอกเป็นภาษาอังกฤษ ก่อน และค่อยเป็นการบอกภาษาไทย ซึ่งบางทีผมก็แอบน้อยใจว่า... นี่ตกลงประเทศตูตกเป็นเมืองขึ้นอังกฤษตอนไหน...Yell เพราะเท่าที่เคยเรียนมาก ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ ส่วนภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่สามนะ... เราไม่มีภาษาที่สอง ที่ใช้ลำดับรองลงมา แต่เป็นภาษา"ต่างประเทศ" เลย ผมอยากให้ SRTET ปรับปรุงตรงนี้ บอกคนไทยก่อนบอกคนต่างชาติจะได้ไหม...  รวมทั้ง VTR แนะนำด้วย บอกแต่คนต่างชาต ไม่บอกคนไทยเลย! ดัง VTR ชุดนี้ (ไม่ขอเอามาลงแต่ตามไปดูได้ที่หน้าเว็บหลักของ SRTET ได้เลยครับ http://airportraillink.railway.co.th/th/index.html ) ภาษาอังกฤษหมด ซับไตเติ้ลภาษาจีนอีกต่างหาก
 
7. ระยะห่างของรถไฟแต่ละขบวน ผมอยากบอกจริงๆว่า รถไฟแต่ละขบวนนั้นมาห่างกันเกือบครึ่งชั่วโมงกันเลยทีเดียว อยากให้เพิ่มเที่ยวขบวนให้มากขึ้นกว่านี้ แน่นอน คนไม่ชอบแน่ๆถ้ายืนรอรถไฟนานมาก และก็อาจทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบระหว่าง BTS กับ SRTET แน่นอน BTS รถไฟแต่ละขบวนห่างกันนานที่สุด 5 นาทีเท่านั้นนะครับ!!! (แถมระยะห่างสถานีก็ใกล้กันมากอีก) แต่ SRTET เล่นห่างล่อไป 20 นาทีนี่ก็เกินไป (ระยะห่างแต่ละสถานีก็ไกลกันมาก) ประกอบกับสถานีถ้ำอย่างสถานีมักกะสันเอย รามคำแหงเอย ราชปรารถเอย!  กรุณาเพิ่มเที่ยวเพิ่มขบวนเถอะครับ !! Money mouth เก้าอี้ไม่เพิ่มก็ได้ ถ้ามันรอไม่นานนนนนอ่ะ!!
 
8. แนวทางที่จะทำให้ Expressline ขายออก.  ขอบอกไว้ก่อนว่าบางที่คนต่างชาติก็ชอบของถูก ถึงคุณจะอำนวยความสะดวกให้ดีขนาดไหน แต่ผมก็เห็นคนต่างชาติขึ้นสาย CityLine ลงสุวรรณภูมิเป็นประจำ บางทีถือกระเป๋าใบใหญ่จนไม่มีที่จะยืน เพราะมันมีแต่กระเป๋า Embarassed 90 บาท กับ 45 บาท มันคนละเรื่องเลยนะคุณ ยิ่งถ้าขึ้นจากมักกะสัน 35 บาทเองถึงสุวรรณภูมิแล้ว! ไปเช็คอินที่โน่นก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบเช็คก่อน.. อ่ะ คนเขาคิดงี้ครับ (จริงไม่จริงลองถามคนใกล้ตัวก็ได้นะ) คนที่เขาอยากสะดวกสบาย อยากลองนั่งหรูๆ ก็คงไปแหละ แต่คนที่คิดว่า "ถูกเข้าว่า" ก็มีอยู่นะ... ดังนั้นถ้าอยากให้ Express line ขายออก ก็ต้องไม่ให้ Cityline จอดที่สถานีสุวรรณภูมิ หรือไม่ก็ ให้สาย Express จอดแบบ 2 สถานีจอดที 3 สถานีจอดที ก็ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกของคนที่ไม่อยากจะขึ้นที่สถานีมักกะสัน หรือ พญาไท เช่น ผมสะดวกจะขึ้นที่หัวหมาก และอยากไป Express งี้ ผมก็ไปไม่ได้ เพราะมันไม่จอด แต่ถ้ามันจอด ผมก็ไปได้ ใช่ป่ะ...!! และลดค่าตั๋วลงมาหน่อยเถอะ แต่ก็ให้แพงกว่าราคา City line หน่อย เพราะถ้าราคาเท่าเดิม คนด่าแน่ๆ!! 
สุดท้ายนี้ ข้อแนะนำของผมก็คงจะหมดเพียงเท่านี้ แม้ว่ามันอาจจะส่งไปไม่ถึงบอร์ดบริหารของSRTET ก็เถอะ แต่ก็หวังว่าสักวันการบริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์จะเป็นอย่างที่ผมเสนอแนวทางไปนะ...ด้วยความเคารพอย่างสูง
 
งั้นผมก็ขอจบบล๊อกนี้ไว้แค่นี้ก่อน (มาทีบ่นกันยาวไปทีนึง 555) รักษาสุขภาพจิตด้วยนะครับ และอย่ายืนรอรถไฟเลยเส้นสีเหลืองหล่ะ!!

edit @ 8 Aug 2011 22:28:57 by ดิวอี้ดับเบิ้ลเอ็กซ์