สวัสดีครับผู้อ่านบล๊อกทั้งหลาย....

วันนี้ัหัวข้อบล๊อกดูแปลกๆหน่อยแต่ก็เป็นบล๊อกให้วิทยาทานนะครับ อิอิ

ปัจจุบันนี้ การแพทย์ไทยได้พัฒนาไปมากขึ้นมากขึ้น...

จนสามารถถึงขั้นจัดการกับความสวยบนใบหน้าตัวเองได้....

ความสวยที่พึงปรารถนา หรือ ความหล่อที่พึงอยากได้อยากมี ด้วยมีดหมอ..

นั่นเขาเรียกกันว่า ศัลยกรรมใช่ไหมล่ะครับ?

ศัลยกรรมนี่มีหลายสาขานะครับ... แต่ผมคงจะไม่ไล่ทีละสาขาให้ท่านฟังแน่...

แต่นี่เรามาพูดถึงศัลยกรรมด้านเครื่องเพศกันหน่อยมะฮะ??

 อ้อ ก่อนอื่น บล๊อกนี้ เด็กๆไม่ควรอ่านจ้ะ.. 

 แต่คนเขียนก็ยังเป็นเยาวชนเหมือนกัน น่าหนักใจดีแท้... 

 

ปัจจุึบันนี้มีอุปกรณ์ต่างๆ และการศัลยกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศมากมาย...

ถ้าให้เริ่มจากเพศชายก็คงจะเป็น

หลอดสูญญากาศ M----x   

หลอดสูญญากาศมาแรงที่มีการเสนอขายใน P-----l เป็นนิจ...

มีคุณสมบัติเพิ่มขนาดอวัยวะเพศของเพศชายได้มากถึง 2 นิ้ว...

จากสถิติที่พบมา ขนาดของอวัยเพศชายไทย เฉลี่ยยาวสุดแค่ 5 นิ้ว...

นั่นคือมาตรฐานแล้วนะ  แต่็ก็ยังมีความเข้าใจผิดอยู่มากที่คิดว่า มาตรฐานชายไทยคือ 7 นิ้ว..

พออ้าขาวัดแข็งก็เห็นแค่ 5 ก็พากันไปอุดหนุน M----x กัน...

ไม่นานมานี้มีคำเตือนออกมาจากกระทรวงสาธารณสุขว่า

"ใช้เครื่องเพิ่มขนาดชายระวังนกเขาไม่ขัน.."

ระวังกันหน่อยนะครับ...^^

อย่างที่สองที่มาแรงสำหรับการศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะเพศชาย...

การฝังมุกครับ..

ก็คือการใส่วัสดุกลมๆ (ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นอะไรนะ) เข้าไปไว้บริเวณใต้หนังหุ้มองคชาติ

ซึ่้งมันจะช่วยเพิ่มความเสียวซ่านขณะมีเพศสัมพันธ์

หนุ่มๆหลายคนเห่ออออ...ก็พากกันไปฝังกันใหญ่...

ระวังนะครับ... อุปกรณ์ไม่สะอาด ติดเชื้อ เป็นหนอง ระวังตัวเองจะเสียวแทนเน้อ..

ที่จริงผมจำได้ว่ามีอีกหลายอย่างนะครับ แต่นั่นก็ล้วนเป็นการหวังประโยชน์ของการ "Sex อย่างราบรื่น"ทั้งนั้น

 

ในขณะเดียวกันการทำศัลยกรรมตกแต่งในเพศหญิงก็ไม่แพ้กัน...

แต่ผมขอยกตัวอย่างแล้วกันนะครับ...

การ "ศัลยกรรมตกแต่งเยื่อพรหมจารี" หรือกระบวนการ Otome (หญิงพรหมจรรย์) Refresh อีกครั้ง...

ก่อนอื่นคงจะรู้จักเยื่อพรหมจรรย์กันแล้วนะครับ เยื่อนี้เป็นเยื่อบางๆ บริเวณปากช่องคลอด ซึ่งเยื่อนี้มีความหนาเพียง 2-3 มิลลิเมตร เท่านั้น ทำหน้าที่เหมือนกับฝาซอสมะเขือเทศน่ะครับ (ผมเปรียบเทียบผิดสินะ) เปรียบเป็นฝางัดขวดน้ำอัดลมละกัน... มีหน้าที่ป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปในช่องคลอด แต่เมื่อมันถูกงัดก็ทำให้ขาดโดยง่าย.... 

และผู้หญิงมักให้ความสำคัญกับเยื่อพรหมจรรย์ เพราะนั่นหมายถึงผู้หญิงคนนั้นยังคงบริสุทธิ์อยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เนื้อเยื่อพรหมจารีได้ฉีกขาดไปแล้วเท่านั้น แต่ผู้ชายมักจะยึดถือว่าเยื่อพรหมจารีนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้หญิง จึงทำให้ลูกผู้หญิงทุกคนจำเป็นต้องรักษาไว้ให้แก่คนรัก เมื่อเวลาสำคัญนั้นมาถึง

การศัลยกรรมนับว่ามีประโยชน์เหมือนกันนะครับ เทคโนโลยีการแพทย์สมัยนี้...ถ้ามองในแง่การศัลยกรรมตกแต่งเยื่อพรหมจารี ในด้านค่าใช้จ่าย

คงต้องถามแล้วล่ะว่า "มันจำเป็นแค่ไหนกัน?"

บางคนแต่งงานอยู่กับสามีเป็นสิบๆปี...อยากให้สามีลิ้มลองประสมการณ์ใหม่อีกครัั้งจึงตัดสินใจไปเสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสน

เพื่อตกแต่งพรหมจรรย์...

จำเป็นหรืออย่างไร?

 

ปล. จบดีกว่า (ฮา)