[บ่นบ่น] กลับมาเป็นแบบธรรมชาติดีกว่าไหม?
posted on 17 Jun 2008 15:07 by deweyxx
สวัสดีครับผู้อ่านบล๊อกทั้งหลาย....
วันนี้ัหัวข้อบล๊อกดูแปลกๆหน่อยแต่ก็เป็นบล๊อกให้วิทยาทานนะครับ อิอิ
ปัจจุบันนี้ การแพทย์ไทยได้พัฒนาไปมากขึ้นมากขึ้น...
จนสามารถถึงขั้นจัดการกับความสวยบนใบหน้าตัวเองได้....
ความสวยที่พึงปรารถนา หรือ ความหล่อที่พึงอยากได้อยากมี ด้วยมีดหมอ..
นั่นเขาเรียกกันว่า ศัลยกรรมใช่ไหมล่ะครับ?
ศัลยกรรมนี่มีหลายสาขานะครับ... แต่ผมคงจะไม่ไล่ทีละสาขาให้ท่านฟังแน่...
แต่นี่เรามาพูดถึงศัลยกรรมด้านเครื่องเพศกันหน่อยมะฮะ??
อ้อ ก่อนอื่น บล๊อกนี้ เด็กๆไม่ควรอ่านจ้ะ..
แต่คนเขียนก็ยังเป็นเยาวชนเหมือนกัน น่าหนักใจดีแท้...
ปัจจุึบันนี้มีอุปกรณ์ต่างๆ และการศัลยกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศมากมาย...
ถ้าให้เริ่มจากเพศชายก็คงจะเป็น
หลอดสูญญากาศ M----x
หลอดสูญญากาศมาแรงที่มีการเสนอขายใน P-----l เป็นนิจ...
มีคุณสมบัติเพิ่มขนาดอวัยวะเพศของเพศชายได้มากถึง 2 นิ้ว...
จากสถิติที่พบมา ขนาดของอวัยเพศชายไทย เฉลี่ยยาวสุดแค่ 5 นิ้ว...
นั่นคือมาตรฐานแล้วนะ แต่็ก็ยังมีความเข้าใจผิดอยู่มากที่คิดว่า มาตรฐานชายไทยคือ 7 นิ้ว..
พออ้าขาวัดแข็งก็เห็นแค่ 5 ก็พากันไปอุดหนุน M----x กัน...
ไม่นานมานี้มีคำเตือนออกมาจากกระทรวงสาธารณสุขว่า
"ใช้เครื่องเพิ่มขนาดชายระวังนกเขาไม่ขัน.."
ระวังกันหน่อยนะครับ...^^
อย่างที่สองที่มาแรงสำหรับการศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะเพศชาย...
การฝังมุกครับ..
ก็คือการใส่วัสดุกลมๆ (ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นอะไรนะ) เข้าไปไว้บริเวณใต้หนังหุ้มองคชาติ
ซึ่้งมันจะช่วยเพิ่มความเสียวซ่านขณะมีเพศสัมพันธ์
หนุ่มๆหลายคนเห่ออออ...ก็พากกันไปฝังกันใหญ่...
ระวังนะครับ... อุปกรณ์ไม่สะอาด ติดเชื้อ เป็นหนอง ระวังตัวเองจะเสียวแทนเน้อ..
ที่จริงผมจำได้ว่ามีอีกหลายอย่างนะครับ แต่นั่นก็ล้วนเป็นการหวังประโยชน์ของการ "Sex อย่างราบรื่น"ทั้งนั้น
ในขณะเดียวกันการทำศัลยกรรมตกแต่งในเพศหญิงก็ไม่แพ้กัน...
แต่ผมขอยกตัวอย่างแล้วกันนะครับ...
การ "ศัลยกรรมตกแต่งเยื่อพรหมจารี" หรือกระบวนการ Otome (หญิงพรหมจรรย์) Refresh อีกครั้ง...
ก่อนอื่นคงจะรู้จักเยื่อพรหมจรรย์กันแล้วนะครับ เยื่อนี้เป็นเยื่อบางๆ บริเวณปากช่องคลอด ซึ่งเยื่อนี้มีความหนาเพียง 2-3 มิลลิเมตร เท่านั้น ทำหน้าที่เหมือนกับฝาซอสมะเขือเทศน่ะครับ (ผมเปรียบเทียบผิดสินะ) เปรียบเป็นฝางัดขวดน้ำอัดลมละกัน... มีหน้าที่ป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปในช่องคลอด แต่เมื่อมันถูกงัดก็ทำให้ขาดโดยง่าย....
และผู้หญิงมักให้ความสำคัญกับเยื่อพรหมจรรย์ เพราะนั่นหมายถึงผู้หญิงคนนั้นยังคงบริสุทธิ์อยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เนื้อเยื่อพรหมจารีได้ฉีกขาดไปแล้วเท่านั้น แต่ผู้ชายมักจะยึดถือว่าเยื่อพรหมจารีนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้หญิง จึงทำให้ลูกผู้หญิงทุกคนจำเป็นต้องรักษาไว้ให้แก่คนรัก เมื่อเวลาสำคัญนั้นมาถึง
การศัลยกรรมนับว่ามีประโยชน์เหมือนกันนะครับ เทคโนโลยีการแพทย์สมัยนี้...ถ้ามองในแง่การศัลยกรรมตกแต่งเยื่อพรหมจารี ในด้านค่าใช้จ่าย
คงต้องถามแล้วล่ะว่า "มันจำเป็นแค่ไหนกัน?"
บางคนแต่งงานอยู่กับสามีเป็นสิบๆปี...อยากให้สามีลิ้มลองประสมการณ์ใหม่อีกครัั้งจึงตัดสินใจไปเสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสน
เพื่อตกแต่งพรหมจรรย์...
จำเป็นหรืออย่างไร?
ปล. จบดีกว่า (ฮา)
