งานกีฬาสีจบ...
โอเค พวกเราทำได้ดี...
แต่ก่อนหน้านี้...
มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
-----------------------------------------------------------------------------
อยากจะบอก...ว่า พวกกูเป็นชนชั้นทาสรึไง? ถึงต้องเป็นกรรมกรแบกหามตลอดเวลา...?
กูเจ็บขาหนีบตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ต้องกระเผลกๆเข็นรถ ขนของ...
ทำไอ้นู่นไอ้นี่ เดินไปเดินมา...
พวกมึงล่ะ ? สบายจริงหลังสแตนเนี่ย....
มันสบายมากจนไม่อยากจะลุกไปช่วยงานส่วนอื่นเลยสินะ....
เรื่องมันไม่ใช่แค่วันนี้ แต่มันหลายวันมาแล้วต่างหากล่ะ.....
กูอยากจะบอกว่ากูดีใจชิบหายเลย...ไม่มีใครมาเชียร์"พวกกู" ชักเย่อเลย..สักนิดเดียว...
กีฬามันแพ้เกือบหมด...ก็เพราะว่า ขาดทีมเชียร์...
จิตวิทยาน่ะ..รู้จักไหม?
วันก่อนหน้าดูสีอื่นเชียร์กันพร้อมหน้าพร้อมตา...
กูยังอิจฉา ทำไมสีกูถึงไม่มีบ้างเลยวะ...
มาดูพวกตัวเองแข่งเสร็จก็กลับไปอย่างอื่นต่อ...
คือกูพยายามให้กำลังใจตัวเองเสมอนะ..ว่ากูจะต้องชนะให้ไ้ด้...
แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เสือกขาดไป..มันก็ขาด...
สีเขียว สีชมพู สีเหลือง สีฟ้า เชียร์กันคอแทบแหก...
ถ้าพวกมึงอ้างมีงาน
คำถาม : แล้วพวกสีเขียว สีชมพู สีเหลือง สีฟ้า ไม่มีงานงั้นหรือ???
เืรื่องนี้ผ่านไป...
อ่ะ งานที่เวิร์คๆกันนะ...
กูถาม...ว่า...พวกมึงเหนื่อย? เออ กูรู้...
งานที่ออกมาแต่ละชิ้น ความคิดพวกมึง...เออ ใช่
แต่กูถามว่า...พวกมึงคิดกันเป็นคนเดียว แล้วหาว่าพวกคนอื่นไม่ช่วยกันคิด พอเขามาติพวกมึงก็โมโห...
คนอื่นเขาก็มีความคิด...
แค่...
ความคิดของพวกเขา ไม่ตรงกับความคิดของพวกมึง มึงเลยไม่เอา...
เท่านั้นจริงๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่...
แล้ววันนี้เป็นวันที่ซึ้งมาก...(วกกลับมาวันกีฬาสีต่อ)
วันนี้ยกอุปกรณ์รอบบ่ายขาดคน...
โทรไปหาที่สแตน หาคนว่างๆ ย้ำ ว่างๆ ช่วยงานหน่อย...
แม่มบอก... คุมสแตนอยู่..
คุมไม่ให้สแตนเหาะรึไงต้องคุมกันตั้งสิบ-สิบห้าคนน่ะ....
กูเจ็บป่วยจากการแข่งกีฬา ยังต้องมาเจ็บป่วยกับการที่ต้องเดินไปมาระหว่างหน้าโรงเรียนกับอาคารหกอีก...
สำหรับพวกมึง...น่ะ...
คำพูดสวยหรูของพวกมึงน่ะ...
"ทำเพื่อสี"
แต่มันแฝงอีกนัยว่า...
"ทำเพื่อให้กูได้หน้า"
อีกด้วยหว่ะ...
วันนี้กูยอมรับว่ากูดีใจที่สีแสดได้ครองถ้วยรางวัลถึงห้าใบ...
วันนี้กูเห็นอาจารย์แม่สียิ้มภาคภูมิใจกับคณะสี...
วันนี้กูได้เจอกับท่านรองฯ ที่ผมค่อนข้างสนิทมาแสดงความยินดีกับสีเรา...
ผมเห็นท่านแล้วผมดีใจ...
อาจารย์แม่สีเอื้อมมือโอบไหล่ผมแสดงความยินดี...
ผมก็พลอยดีใจที่เห็นอาจารย์แม่สีมีความสุข...
แต่จำไว้ว่า ยังมีบุคคลอีกหลายกลุ่มนัก ที่ยังรู้สึกไม่ดีกับบุคคลบางกลุ่ม..
หลังจากงานผมช่วยๆกันเก็บสแตน...พวกแม่ง มาช่วยไม่กี่วิก็ไปบ้ากล้องกันต่อ...ต๊ายตาย...
แถมจะไปฉลองหมูกะทะกันอีกแหน่ะ...
กูว่า ข้าวกล่องยังอร่อยกว่าหมูกระทะอีกมั้ง...
อย่างน้อยมันก็ถูกและกินจำกัดลดความอ้วนได้ดีกว่า...
พวกลีดเดอร์มันทำงานหนักทั้งวัน มันไปฉลองกันคลายเหนื่อยไม่ผิดหรอก...
แต่อีพวกเดินรอบสแตน หยิบไอ้นู่นหยิบไอ้นี่เบาๆไปฉลองกันนี่สิ...แปลกคน..
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปล. เชิญเฉพาะบางคนเข้ามาอ่านโว้ย...
ปล.2 เขียนด่าแรงไปขอโทษด้วยแล้วกัน
ปล.3 ถ้ามันกระทบใครก็ขออภัยด้วยแล้วด้วย
เอ่อ..เเล้วเราก็เข้าใจว่าความคิดของคนอื่นก็สำคัญ เเต่ว่าเราไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอะไร เเต่เท่าที่เราจำได้เราคิดว่าไม่มีคนบอกเรา เอ่อ เราก็เข้าใจอีกเหมือนกันว่า..บอกไปเเล้วพวกเราก็ไม่ฟัง
เรื่องนี้เราขอโทษด้วย ขอยอมรับผิด วันนั้นที่เราไปเพราะว่าเราเพิ่งเเข่งวิ่งเปรี้ยวเสร็จ ง่า..เอ่อ อารมณ์นั้นเราคิดว่าเรากะคนอื่นที่เเข่งวิ่งเปรี้ยวเเล้วมาดูกีฬาดูสเเตนงะ เเล้วคือจีจี้กะเเพนกะก้อยทำงานกันอยู่สองคน เเล้วเราคิดว่ามันเป็นการอู้งาน ทำให้กลับบ้านช้าลงอีก ซึ่งปกติก็กลับบ้านกันประมาณ19.00-20.00ทุกวันอยู่เเล้ว ยิ่งอู้ยิ่งช้า ก็เลยไม่ได้ไปดูบ่อย เเล้วก็ได้ไปดูสเเตนเเค่2วันสุดท้ายเอง เพราะว่าเกรงใจจี้จี้กะเเพนกะก้อยทำงาน
ง่า..เพื่อนๆหลายคนไม่รู้ว่าเราต้องเมายากันยุงกัน เเต่ยิงกลับบินเริงร่า
มีตั้งหลายวันที่อาจารย์ปราณีอยู่ด้วย อาจารย์เค้าเดิ้นมากเลย เเอบซึ้ง
เสร็จเเล้วก็ได้ยินว่าเค้าไปเลี้ยงฉลองกัน เเต่เราไม่ได้ไป เพราะว่าอยากกลับบ้าน(ปวดขาตั้งเเต่วันที่วิ่งเปรี้ยวอย่างร้ายเเรง) นั่นเเหละ เเต่ตอนกลับบ้านพวกเรายังขนรถกะป้ายไปเก็บเลยนะ
ว่าไปเเล้วเราไม่ได้เอาไปเก็บหรอก บลูกะเเพนกะใจเอาไป เพราะว่าพ่อเรามารับ เเล้วมันก็จบลง...ด้วยประการฉะนี้เเล